เอสไอเอส บุกตลาดโซลาร์เซลล์เต็มสูบ หนุนพลังงานสะอาดให้ภาคธุรกิจทั่วไทย จับมือพันธมิตร “ช้าง โซล่าเซลล์” เซ็นสัญญา Private PPA กับเอ็มพลัสไทยสินทรัพย์ พร้อมลงทุนติดตั้งและดูแลฟรี 15 ปี

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 24 กรกฎาคม 2568 – บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS เดินหน้ารุกตลาดพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ ประกาศความพร้อมให้บริการโซลูชันระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ผ่านโมเดล Private Power Purchase Agreement (Private PPA) โดยร่วมลงทุนอุปกรณ์ ติดตั้ง และให้บริการดูแลบำรุงรักษาระบบฟรีตลอดอายุสัญญา 15 ปี เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 30% ล่าสุดจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ช้าง โซล่าเซลล์ เทคโนโลยี จำกัด เซ็นสัญญา Private PPA กับ บริษัท เอ็มพลัสไทยสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่

ขยายโอกาสในตลาดพลังงานสะอาดด้วยโมเดลธุรกิจ Private PPAนายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไปแต่กลายเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการบริหารต้นทุนและยกระดับความยั่งยืนในระยะยาว” เอสไอเอส มองเห็นโอกาสจากนโยบายสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์ของรัฐบาล รวมถึงแนวโน้มทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนจึงพัฒนาโมเดล “Private PPA” ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบเอง โดยเอสไอเอสจะรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดในด้านอุปกรณ์และการติดตั้ง พร้อมให้บริการดูแลตลอดอายุสัญญา 15 ปี ขณะที่ผู้ใช้งานเพียงชำระค่าไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ

“เราตั้งเป้าช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าไฟ 10-30% จากเดิมโดยไม่ต้องลงทุนใด ๆ เลย เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 100 – 500 กิโลวัตต์ หรือมีค่าไฟระหว่าง 50,000 – 500,000 บาทต่อเดือน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โกดังสินค้า และโรงพยาบาล” นายสมชัย กล่าว


ใช้อุปกรณ์ชั้นนำมาตรฐานระดับโลกโครงการนี้ เอสไอเอส ได้เลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพระดับสากลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตพลังงาน ประกอบด้วย:


- แผงโซลาร์เซลล์ LONGi ที่ใช้เทคโนโลยี Back Contact ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรในการผลิตพลังงาน
- อินเวอร์เตอร์ Huawei ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้นำตลาดโลกด้านการแปลงกระแสไฟฟ้าพร้อมระบบ Monitoring ที่แม่นยำ
- อินเวอร์เตอร์จาก SolarEdge แบรนด์อินเวอร์เตอร์ชั้นนำ ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
- อุปกรณ์ติดตั้งจาก RRacks ที่มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน และสามารถติดตั้งได้รวดเร็วพร้อมบริการวิศวกรรมระดับมืออาชีพ

เสริมพันธมิตร สร้างเครือข่ายโซลูชันครบวงจรเพื่อให้บริการแบบครบวงจร
เอสไอเอส ได้ร่วมมือกับ บริษัท ช้าง โซล่าเซลล์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นดีลเลอร์และ EPC (Engineering, Procurement and Construction) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และภาคเกษตรกรรม รวมถึงบริการหลังการขาย โดยมีจุดแข็ง คือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การใช้เทคโนโลยีคุณภาพสูง และการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดภายใต้ทีมงานมืออาชีพซึ่งจะรับผิดชอบงานติดตั้งและบริการหลังการขายตลอดอายุสัญญา


นายวุฒินันท์ รัตนโชติภิญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้าง โซล่าเซลล์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “การร่วมมือกับเอสไอเอส ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความมั่นคงสูง และมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศจะช่วยให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าและยกระดับมาตรฐานการให้บริการพลังงานสะอาดให้เข้าถึงภาคธุรกิจทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว”


ลูกค้ารายแรก “เอ็มพลัสไทยสินทรัพย์” ร่วมโครงการ ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
ลูกค้ารายแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้ คือ บริษัท เอ็มพลัสไทยสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล โดยมีการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน 72,000 บาท


นายก้องเกียรติ พิพิธพัฒนากร ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มพลัสไทยสินทรัพย์ จำกัด กล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเอสไอเอสและบริษัท ช้าง โซล่าเซลล์ฯ ในโครงการนี้ เพราะช่วยให้เราลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้อย่างมาก และในขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมที่องค์กรของเรายึดถือ


แผนขยายธุรกิจและวิสัยทัศน์ในระยะยาว
เอสไอเอส คาดว่าในปีแรกรายได้จากธุรกิจโซลาร์เซลล์จะมีสัดส่วน 10% หรือขนาดโครงการรวม 2 MWp (เมกะวัตต์สูงสุด) โดยคิดเป็นมูลค่า 40 ล้านบาทของหน่วยธุรกิจ Energy Management ที่มีมูลค่ารวม 380 ล้านบาท และมีเป้าหมายเติบโตขึ้นเป็น 50% ภายในปีถัดไป โดยตลาดรวม Private PPA ในประเทศไทยในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2568 และระยะยาว โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 5 กิกะวัตต์ หรือ 2 หมื่นล้านบาทภายใน 5 ปี

“เราวางเป้าหมายให้เอสไอเอสเป็นผู้ให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคธุรกิจที่ครบวงจรที่สุดในประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้า เราไม่เพียงขายเทคโนโลยี แต่เรากำลังส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจไทย เราเชื่อมั่นว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่จะกลายเป็น ‘มาตรฐานใหม่’ ของภาคธุรกิจไทยในอนาคต เอสไอเอสพร้อมเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกกับความต้องการที่แท้จริงของภาคเอกชนไทยผ่านโมเดลธุรกิจที่ลดภาระการลงทุน ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบโจทย์เป้าหมายด้าน ESG อย่างเป็นรูปธรรม” นายสมชัย กล่าวทิ้งท้าย